<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-4306558669537548712</id><updated>2012-02-12T22:08:49.541-08:00</updated><category term='วัดถ้ำพระโบราญ(วัดถ้ำเหง้า) แม่สะเรียง'/><title type='text'>วัดถ้ำพระโบราณ(ถ้ำเหง้า)</title><subtitle type='html'></subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://wat-thampraboran.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4306558669537548712/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://wat-thampraboran.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>อ.สุพจน์ สังข์ลาโพธิ์</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12045901187752010250</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/-4P6Rfxd36cE/TxEVwJAO4vI/AAAAAAAAIxo/4XnQC_gSd8w/s220/DSCF7465.jpg'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>1</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4306558669537548712.post-2321816156721287243</id><published>2010-01-30T01:10:00.000-08:00</published><updated>2010-01-31T00:35:27.422-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='วัดถ้ำพระโบราญ(วัดถ้ำเหง้า) แม่สะเรียง'/><title type='text'>วัดถ้ำพระโบราณ(ถ้ำเหง้า) แม่สะเรียง แม่ฮ่องสอน</title><content type='html'>&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_qKOKePM2V5s/S2ULPnuQXtI/AAAAAAAAGRY/ycjzY5lR-Js/s1600-h/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 400px; height: 372px;" src="http://2.bp.blogspot.com/_qKOKePM2V5s/S2ULPnuQXtI/AAAAAAAAGRY/ycjzY5lR-Js/s400/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5432760888481308370" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ประวัติความเป็นมา&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt; ถ้ำพระโบราณ หรือ ถ้ำเหง้า เป็นถ้ำเก่าแก่ ซึ่งปรากฎหลักฐานได้แก่ พระพุทธรูปทองคำ พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ พระไม้โพธิ์แกะลงรักปิดทอง ตู้พระธรรม ซึ่งได้ถูกลักขโมยไปหมด&lt;br /&gt;จากหลักฐานฐานชุกชีแท่นพระประธานแบบก่ออิฐโบกด้วยดินเหนียว และมีแท่นพระเป็นไม้สัก&lt;br /&gt;และมีจารึกมีใจความว่า วัดสร้าง ราวจุลศักราช 1259 (พ.ศ2440)กว่าร้อยปีแล้ว &lt;br /&gt;สมัยนั้น มี หลวงพ่อใจเป็นประธานในการสร้างแท่นพระเพื่ออุทิศในพระพุทธศาสนา &lt;br /&gt;โดยหลวงพ่อใจธุดงค์มาจากเชียงตุง พร้อมด้วยท่านเสนเป็นชาวไทลื้อ ได้นำพระบรมธาตุมาด้วย&lt;br /&gt;เมื่อมาถึงแม่สะเรียงก็มาพักอยู่วัดมะแกง(วัดศรีบุญเรือง)นานเท่าไดมิได้รู้แล้วพากันธุดงค์ถึงวัดท่าข้ามใต้ได้ไปจำพรรษาอยู่วัดถ้ำพระโบราณหรือถ้ำเหง้านี้ ครั้นอยู่นาน การบิณฑบาตรก็ลำบาก &lt;br /&gt;จึงคิดกลับวัดมะแกงก่อน ก่อนกลับได้นำเอาพระธาตุนี้ไว้ในถ้ำ โดยท่านเสนได้กลับไปจำพรรษาวัดมะแกงส่วนท่านใจไปจำพรรษาอยู่วัดป่าหนาด(วัดชัยลาภ)ท่านได้เป็นเจ้าอาวาสและสร้างวัดให้เจริญและคิดที่จะสร้างพระวิหาร เมื่อสร้างเสร็จจะได้นำเอาพระธาตุ มาบรรจุเมื่อสร้างเสร็จจึง ได้ชวนศรัทธาญาติโยมหาไม้เสาวิหารมาจนครบแล้ว จึงนึกถึงญาติท่านที่บ้านกาด แม่วาง จึงคิดจะไปบอกบุญหาปัจจัยมาเพื่อสร้างพระวิหาร แต่ท่านก็มรณภาพเสียก่อน พอถึงปี พ.ศ.2481 ระหว่างเดือนยี่ กับเดือน 3 เหนือ เป็นระยะที่ชาวบ้านทำสวนครัวปลูกผักและมีคนจีนชื่อเจ็กโหย่ง รับซื้อผัก วันหนึ่ง แม่เฒ่าเด้ นางเสา และนางสา พากันไปเอาขี้ค้างคาวที่ถ้ำเหง้าแห่งนี้ จนขุดพบหม้อโบราณลึกประมาณ 1 ศอก มีฝาปิดมิดชิด และได้เปิดฝาหม้อก็พบกับพระพุทธรูป 3 องค์ เป็นพระพุทธรูปทองคำ เงิน และสัมฤทธิ์ ช้อนเงิน ช้อนทอง อีก 1 คู่ และโกฎิเล็ก ๆ อีกหนึ่ง บรรจุพระธาตุองค์เท่าเมล็ดพุทรา แต่ทั้ง 3 คนยังไม่รู้จักพระธาตุ คิดว่าเป็นหินหรืออัญมณีมีค่า จึงเอาไปเก็บไว้ท่านบ้านของแม่เฒ่าเด้ นอกจากนั้นยังมีอีกชิ้นหนึ่งลักษณะเป็นแก้วใสคล้ายเพชร ซึ่งทำตกกับพื้นและหาไม่เจอ ฝ่ายแม่เฒ่าที่ได้เอาพระธาตุไปไว้ในบ้าน ได้เกิดเหตุการณ์แปลกประหลาดคือ ตกกลางคืนประมาณ3-4 ทุ่ม &lt;br /&gt;ปรากฎมีแสงสว่างรุ่งโรจน์โชติช่วงทั้งบ้านเขาจึงรู้ว่าเป็นเพราะพระธาตุแสดงปาฏิหาริย์ รุ่งเช้าเจ้าอาวาสวัดท่าข้ามใต้คือท่านปัญญาวุฒิโฑ ได้ขออาราธนาพระพุทธรูปและพระธาตุไปประดิษฐานที่วัดท่าข้ามใต้ และ ทำการสมโภช พระธาตุ ต่อมาชาวแม่สะเรียงเมื่อทราบดังนั้นก็หลั่งไหล กันมาทำบุญ สักการะบูชากันไม่ขาดสาย และมีงานสรงน้ำพระธาตุประจำปีและทำบุญบริเวณถ้ำเหง้า และมีการจุดบ้องไฟถวายเป็นพุทธบูชาด้วย ประมาณปี 2522 เมื่อท่านอาจารย์รัตน์ รตนญาโณ ได้ทำการบูรณะโดยให้คนงานมาแต่งถ้ำ มีแท่นนั่งกรรมฐานและซ่อมแซมพระประธานบางส่วน นำพระพุทธรูปปูนปั้นมาทดแทนพระไม้เก่าแก่ที่ถูกโขมยไป และไม่ได้บูรณะต่อจึงรกร้างต่อไป ต่อมาท่านอาจารย์สวัสดิ์ นริสโร เจ้าอาวาสวัดจอมมอญ ได้ทำการบูรณะปฏิสังขรโดยทำการซ่อมแซมฐานชุกชี เทปูน ก่อแท่นั่งกรรมฐาน สร้างแท้งน้ำ สร้างส้วมในปี 2539 และได้ปล่อยให้ร้างมีเมื่อต้นปี 2541 ท่านอาจารย์จรัญ อภิชาโต พระภิกษุสายพระป่ากรรมฐานซึ่งเป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่สิมพุทธจาโร วัดถ้ำผาปล่อง ได้เดินทางเข้ามาแม่สะเรียงเป็นว่าถ้ำแห่งนี้มีความวิเวก เหมาะแก่การอาศัยเจริญภาวนาจึงตัดสินใจอยู่จำพรรษาที่ถ้ำนี้จนถึงปัจจุบัน ตั้งแต่พระอาจารย์จรัญ อภิชาโต มาพำนักอยู่ถ้ำแห่งนี้ ได้มีญาติโยมได้หลั่งไหลกันมาทำบุญ ท่านได้พัฒนาปรับปรุงหลายอย่างด้วยกัน คือ การปรับพื้น ขยายพื้นที่ภายในถ้ำ จัดหา&lt;br /&gt;พระพุทธรูปให้ผู้คนได้กราบไหว้บูชา ต่อนำประปาภูเขามาใช้ ปรับปรุงเสนาสนะให้น่าอยู่ น่าอาศัย สะอาด เรียบร้อยสร้างถนนนขึ้นไปยังถ้ำ ท่านยังมีโครงการต่าง ๆ ที่จะปรับปรุงอีกหลายอย่าง สร้างห้องน้ำสำหรับญาติโยม ปูพื้นถ้ำด้วยหินอ่อน สร้างพระวิหาร ขณะนี้ได้รับอนุญาตให้ใช้พื้นที่จากป่าไม้ และเป็นวัดธรรมยุตอย่างถูกต้องแห่งแรกของอำเภอแม่สะเรียงโดยมีท่านอาจารย์จรัญ อภิชาโต ในตำแหน่งเจ้าอาวาส &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;เชิญร่วมทำบุญมหากุศล &lt;/strong&gt;สร้างศาลาพระวิหาร วัดถ้ำพระโบราณ(วัดถ้ำเหง้า)&lt;br /&gt;สามารถโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทยจำกัด (มหาชน)สาขาแม่สะเรียง &lt;br /&gt;ชื่อบัญชี : พระจรัญ อ้ายถา (อภิชาโต)เลขที่บัญชี : 509-1-62349-3 &lt;br /&gt;โทรศัพท์วัดถ้ำพระโบราณ&lt;strong&gt;084 -4873075&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;strong&gt;ธรรมโอวาท &lt;/strong&gt;พระญาณสิทธาจารย์ (หลวงปู่สิม พุทธาจาโร )( พ.ศ. ๒๔๕๒ – ๒๕๓๔ &lt;br /&gt;  สำนักสงฆ์ถ้ำผาปล่อง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่  &lt;br /&gt;"...เมื่อมีความเพียรอะไรมันจะเหลือ (วิสัย) ความเพียร ดูพระพุทธเจ้าที่ท่านได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ท่านมีความเพียร สี่อสงไขย แสนมหากัป ท่านยังมีความเพียร ความหมั่น ขยัน เอาจนสำเร็จลุล่วงไปได้นั่นแหละคือความเพียร ความเพียรไม่ใช่คำพูดอย่างเดียว เป็นการเพียรทางกาย เพียรทางวาจา เพียรทางจิต เพียรหมดทุกอย่าง เรียกว่า วิริเยน ทุกฺข มจฺเจติ บุคคลจะล่วงทุกข์ไปได้เพราะความเพียร..."&lt;br /&gt;ความขยันไม่ให้เกียจคร้าน ไม่ว่าจะเป็นการท่องบ่นสาธยายพระธรรมคำสั่งสอน ก็ไม่ให้เกียจคร้าน ให้หมั่น ความเพียรนั้นคือว่าหมั่น ขยัน กราบพระ ไหว้พระ สวดมนต์ ก็อย่าเพียงหมายแต่ว่ามารวมในหมู่ในคณะกราบพระไหว้พระ เราอยู่คนเดียวก็กราบได้ไหว้ได้ นั่งสมาธิภาวนาได้ สวดมนต์ภาวนาได้ เดินจงกรมได..."้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"...ความเพียรนี่แหละท่านว่าเป็นอุปกรณ์สำคัญ วิริเยน ทุกฺข มจฺเจติ พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า ผู้มีความพากเพียรพยายามแล้ว กิจกรรมการงานใด ๆ ไม่เหลือวิสัย ผู้มีความเพียรพ้นทุกข์ได้ แต่ผู้มาภาวนาตั้งใจปฏิบัติไม่มีความเพียร แต่อยากให้จิตใจของตนพ้นจากความทุกข์ความเร่าร้อนต่าง ๆ นานา ทำอย่างไรใจข้าพเจ้าจะสงบระงับ มีอุบายอะไร ก็อุบายไม่ขี้เกียจนั่นแหละ..."&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"...อุบายมันอยู่ที่ไหน อุบายมันอยู่ที่ความเพียร ทำอย่างไรข้าพเจ้าจะสู้กับกิเลสราคะ โทสะ โมหะ ในใจได้ ไปสู้ที่ไหน ก็สู้ด้วยความเพียร สู้ด้วยความตั้งใจมั่น เราตั้งใจลงไปแล้วให้มันมั่นคง ไม่มั่นคงอย่าไปถอย เมื่อจิตใจไม่ถอย จิตเพียรพยายามอยู่ หาวิธีการที่จะเอาชนะกิเลสในใจของตนให้ได้ เดี๋ยวนี้กิเลสในใจมันย่ำยีเหยียบกาย วาจาจิตของเราอยู่ ไม่ยอมให้เราลุกขึ้นปฏิบัติภาวนาได้เต็มที่ทำได้นิด ๆ หน่อย ๆ แต่ความอยากได้มาก อันนี้ไม่ถูก..."&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4306558669537548712-2321816156721287243?l=wat-thampraboran.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://wat-thampraboran.blogspot.com/feeds/2321816156721287243/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://wat-thampraboran.blogspot.com/2010/01/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4306558669537548712/posts/default/2321816156721287243'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4306558669537548712/posts/default/2321816156721287243'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://wat-thampraboran.blogspot.com/2010/01/blog-post.html' title='วัดถ้ำพระโบราณ(ถ้ำเหง้า) แม่สะเรียง แม่ฮ่องสอน'/><author><name>อ.สุพจน์ สังข์ลาโพธิ์</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12045901187752010250</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/-4P6Rfxd36cE/TxEVwJAO4vI/AAAAAAAAIxo/4XnQC_gSd8w/s220/DSCF7465.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_qKOKePM2V5s/S2ULPnuQXtI/AAAAAAAAGRY/ycjzY5lR-Js/s72-c/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry></feed>
